แม้หลายคนจะเริ่มลืมเลือนเครื่องพิมพ์ดีดไปแล้ว เพราะมีคอมพิวเตอร์เข้ามาแทน ทั้งสถานที่ทำงานและสถานศึกษา เครื่องพิมพ์ดีดถูกตีตราเป็นครุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ แทงจำหน่ายหรือชำรุดไป  แต่ครั้งหนึ่งคงจะยังจำกันได้โดยเฉพาะผู้เรียน  commerce หรือวิชาชีพ พาณิชยการและสายมัธยมที่เป็นวิชาเลือกอีกวิชาหนึ่ง บรรยากาศของวันนั้นคงจะจำกันได้Blank


Click to get cool Animations for your MySpace profile เครื่องพิมพ์ดีด

 

* เสียงของเครื่องพิมพ์ดีดที่รัวระงมสลับกับเสียงกริ่งที่ตามมาหลังจากพิมพ์ถึงจุดที่ตั้งกั้นหลังไว้พร้อมทั้งเสียงปรับแคร่  เมื่อพิมพ์พร้อม ๆ กันเสียงมันจะดังขนาดไหน คงไม่แปลกใจที่ห้องพิมพ์ดีดจะแยกออกจากห้องอื่น ๆ ด้วยเหตุผลดังกล่าว  ในขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์มีเสียงการพิมพ์อย่างเดียว

 

  



* ยี่ห้อของเครื่องพิมพ์ดีดของสถานศึกษาทั้งรัฐบาลและเอกชน สเปค (ของใครหรือเปล่าไม่ทราบ)  ส่วนใหญ่ที่พบคือ 
Olympia โอลิมเปีย สัญลักษณ์รูปวงกลมมีปีกคล้ายตัวแมลงทับสีแดง ฟังชื่อคงจะเดาได้ว่ามีกลิ่นเบียร์และขาหมูของเยอรมนี  ทำให้เกิดความคุ้นเคยและกลายเป็น Brand Loyalty (การจงรักภักดีต่อตราสินค้า) ไปในที่สุด  ส่วนใหญ่เราจะคุ้นกับ Olympus  ยี่ห้อของสินค้าชนิดหนึ่งในปัจจุบัน

 

* แบบตัวอักษรของพิมพ์ดีดไทยที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบันมีชื่อแป้นที่เรียกว่า  เกษมณี  ไม่มี font อื่นที่เราคุ้นเคยกันอย่าง Angsana, Browallia, Cordia, Jasmine ฯลฯ ซึ่งชื่อนี้ยังเกี่ยวข้องกับการวางแป้นเหย้า ของตัวอักษร  ตัวอักษาที่พิมพ์ด้วยพิมพ์ดีดจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่รอยของหมึกที่ถูกระทบบนกระดาษจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก, ผ้าหมึกและตัวอักษรที่ได้ผ่านการดูแลทำความสะอาดหรือไม่
 

* เครื่องพิมพ์ดีด เมื่อพิมพ์ได้หนึ่งนิ้วจะมีตัวอักษรอยู่ประมาณ 12 เคาะวรรค ซึ่งแบบนี้เรียกกันว่า  เป็นชนิดของแป้นแบบ  Elite  หากหนึ่งนิ้วพิมพ์ตัวอักษรได้ 10 เคาะวรรคก็จะมีชื่อเรียกกันว่า  Pica  ไม่มีให้เลือกมากมายตั้งแต่ 8 จนถึง 72 ที่ปรากฏบนหน้าจอเหมือนกับคอมพิวเตอร์ 

* สำหรับประโยคบังคับผู้ที่ฝึกพิมพ์ได้ครบทุกแป้น (แป้นล่าง) ภาษาไทย ใช้ประโยคที่ว่า   เมื่อวานนี้ลุงสถิตจัดระดมคนกับพวกทหารไปยกช่อฟ้าขึ้นที่วัดผาแดงใกล้ ๆ อำเภอฝาง   และภาษาอังกฤษใช้ประโยคว่า  A quick brown fox jumps over the lazy dog.   ลองทดสอบดู 

* คำว่า  typewriter  ที่แปลว่า  เครื่องพิมพ์ดีด จะพิมพ์ด้วยตัวอักษรแถวบนหมด 

 

 

ผู้เรียน

คนที่เคยผ่านการเรียนพิมพ์ดีดจะได้รับการฝึกด้านต่าง ๆ พร้อมกับด้านทักษะการพิมพ์นั้นคือ

เริ่มตั้งแต่ เครื่องพิมพ์ดีดของสถานศึกษาที่เปิดสอนจะมีผ้าคลุมเครื่องที่ผู้เรียนจะต้องฝึกแม้กระทั่งการพับผ้า และการเก็บผ้าคลุมเครื่อง และเมื่อใช้เครื่องเสร็จแล้วจะต้องคลุมเครื่องให้เรียบร้อยดังเช่นก่อนเข้ามาเรียนในชั้นเรียนนี้   ขั้นตอนการใช้เครื่องและการเก็บเครื่องพิมพ์ดีดก่อนออกจากชั้นเรียนโดยการเลื่อนแคร่พิมพ์ดีดให้อยู่ในแท่นของเครื่องไม่ให้แคร่เลื่อนไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง  ผู้เรียนพิมพ์ดีดจะถูกตรวจเล็บก่อนเรียน ซึ่งจะต้องสั้นและสะอาดสะอ้าน เป็นการฝึกและเตรียมทางด้านบุคลิกภาพของผู้ที่จะไปทำงานสำนักงาน ผู้สอนหลายท่านมักจะอ้างเหตุผลที่ว่า หากตัดเล็บสั้นจะทำให้พิมพ์ได้เร็วขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเรื่องความสะอาดก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์แอบแฝงอยู่   การวางแบบพิมพ์  ทางด้านขวามือให้เหมือนกันทั้งห้อง มีใครเคยคิดถึงผู้ที่ถนัดซ้ายหรือไม่ ขณะเดียวกัน โต๊ะที่วางแบบพิมพ์ของสถานศึกษาหลายแห่งยังจำกัดด้วยลักษณะของโต๊ะที่ทำให้แบบพิมพ์สามารถวางไว้เพียงข้างเดียวคือ ด้านขวาเท่านั้น  เพราะ โต๊ะที่วางเครื่องพิมพ์ดีดจะยกระดับสูงขึ้นสำหรับวางแบบพิมพ์โดยเฉพาะ นึกแปลกใจแทนคนที่ถนัดซ้ายหลายคนในชั้นเรียนก็สามารถพิมพ์งานได้ดีและรวดเร็วเช่นเดียวกันกับพวกถนัดขวาทั้งหลาย  ทักษะทุกอย่างคงจะฝึกกันได้ ตามที่เขาว่ากันมา  หลังจากเสร็จสิ้นชั่วโมง ผู้เรียนจะต้องเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งการเก็บเก้าอี้โดยเลื่อนเก็บให้เรียบร้อย   เห็นหรือยังว่า  การเรียนวิชาพิมพ์ดีดอย่างที่เกริ่นไว้แล้วว่า นอกจากจะฝึกทักษะการพิมพ์ยังสอดแทรกความมีระเบียบวินัย ความอดทนและการฝึกบุคลิกภาพ ซึ่งในทีนี้ยังไม่ได้พูดถึงบุคลิกภาพการพิมพ์ตั้งแต่ การวางแป้น ข้อศอกและมือ  อีกทั้งท่านั่งพิมพ์
 

 Photobucket

Click to get cool Animations for your MySpace profileงานพิมพ์

*การพิมพ์จับเวลา ถือเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งของการพิมพ์ดีด  อุปกรณ์คู่ใจคือ นาฬิกาจับเวลาพร้อมคำพูดของผู้สอนที่ว่า   เตรียม  พิมพ์  หมดเวลา  3 คำพูดนี้ที่ผู้เรียนจะต้องฟังอย่างมีสติที่จะปฏิบัติตามเมื่อคำสั่งพวกนี้ดังขึ้น  และที่พบบ่อยที่สุดคือ ถ้าแบบพิมพ์จับเวลานั้น ตัวแรกจะต้องยกแคร่ เมื่อมีคำสั่งว่า  เตรียม  ในทันทีเช่นกันก็จะมีเสียง กึก  ของการยกแคร่เตรียมพิมพ์ไว้ก่อน  ผู้เรียนทุกยุคทุกสมัยไม่มีเปลี่ยนพฤติกรรมนี้

*การคิดคำสุทธิของการพิมพ์ จะเป็นการฝึกการคิดคำนวณอย่างง่าย ๆ  แต่ผู้เรียนมักจะคิดคำได้จำนวนมากกว่าที่พิมพ์ได้จริงเสมอ เท่าที่เห็นผู้เรียนบวกได้แต่ลบไม่เป็น เรื่องนี้ฝึกความซื่อสัตย์เห็น ๆ

*ทำไมฝาครอบเครื่องต้องถูกถอดออกเสมอขณะที่พิมพ์   ผู้เรียนมักบอกว่า พิมพ์งานได้รวดเร็วขึ้นและเครื่องเบาลง  แต่สาเหตุนี้น่าจะมาจากเครื่องพิมพ์ดีดของหลายแห่งลูกยางที่ล็อคฝากับเครื่องหลุดหายไปไม่ได้ซ่อมแซม ดังนั้น เมื่อพิมพ์ก็เกิดเสียงดังทำให้เกิดความรำคาญ

*งานผลิตที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ (rubber) ลบงานได้ ยี่ห้อยางลบหมึกที่ลบได้สะอาดและมักถูกเพื่อนยืมบ่อย คือ Pelikan  (เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อของเครื่องเขียนที่ได้รับความนิยมในสมัยหนึ่ง)  และการลบจะต้องเลื่อนแคร่ให้อยู่ด้านใดด้านหนึ่งป้องกันเศษยางลบตกเข้าไปในเครื่องผสมกับน้ำมันที่อยู่ตามส่วนประกอบต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้เครื่องชำรุดได้  มีเครื่องเขียนอีกชนิดหนึ่งที่ใช้ในการลบคือ เป็นกระดาษคล้ายกระดาษคาร์บอนแต่เป็นสีขาวแบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ วิธีการใช้ให้สอดไว้บนตัวอักษรที่พิมพ์ผิดแล้วพิมพ์ซ้ำลงไปก็จะลบตัวอักษรนั้นได้ (เป็นสีขาว)   จากนั้นก็พิมพ์ตัวอักษรที่ถูกต้องพิมพ์ซ้ำรอยลบขาวนั้น นอกจากนี้เครื่องเขียนอีกชนิดหนึ่งคือ Eraser shield  เป็นแผ่นพลาสติกบางขนาดเท่ากับบัตรเติมเงิน จะมีรอยที่เป็นช่องว่างสำหรับเฉพาะตัวอักษรที่พิมพ์ผิด เมื่อลบก็ใช้ทาบลงตัวอักษรดังกล่าวซึ่งจะทำให้ไม่ต้องไปลบโดนตัวอักษรอื่น

 

 

 (ภาพจาก  http://www.office1000.com/discount/eraser-shield.html )

*กระดาษฝึกพิมพ์ จะเป็นกระดาษสีน้ำตาลราคาถูกและขนาดยาวกว่ากระดาษแบบ A4  และจะต้องฝึกพิมพ์ทั้งสองด้าน ฝึกความประหยัดและช่วยลดโลกร้อน ถ้าเป็นยุคสมัยนี้ 

 typewriter
ตลับใส่ผ้าหมึกยี่ห้อ FLYING FISH




typewriter เมื่อเครื่องพิมพ์ดีดกำลังถูกลืม
 
จะทำให้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ปรับเปลี่ยนไป เริ่มตั้งแต่

 *ตำแหน่งงานของสำนักงาน ก.พ.  ก็มีการปรับเปลี่ยนชื่อตำแหน่งงานจากเดิมที่มีตำแหน่งงาน เจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด ก็เพิ่มตำแหน่งงานให้สอดคล้องกับลักษณะงานในปัจจุบันคือ เจ้าหน้าที่บันทึก

 *เครื่องพิมพ์ดีด ถูกปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งราคาที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ทุกวันนี้เข้าไปสำนักงานบางแห่งของราชการที่มักจะมีคนเปรียบเปรยว่า เก่าโบราณ ก็ยังไม่เห็นเงาของเครื่องพิมพ์ดีดปรากฏให้เห็นอีกเลย

 *การเรียนการสอน  นำเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้อย่างแพร่หลาย มีรายวิชาเกิดขึ้นมาใหม่สำหรับผู้เรียนอาชีวศึกษา นั้นคือ วิชาพิมพ์ไทย (อังกฤษ) ด้วยคอมพิวเตอร์  โดยนำโปรแกรมการพิมพ์ต่าง ๆ เข้ามาใช้แทน  ขณะที่บางแห่งยังคงเครื่องพิมพ์ดีดไว้บางส่วนเพื่อฝึกทักษะการพิมพ์เบื้องต้นเท่านั้น

 *วัสดุอุปกรณ์สำหรับเครื่องพิมพ์ดีด   ยังคงมีจำหน่ายในท้องตลาด วางบนชั้นร้านเครื่องเขียนแต่โดนเบียดด้วยพวกหมึกพิมพ์สำหรับเครื่องปรินเตอร์แตกต่างหลากหลายชนิด หมึกพิมพ์ดีดหลบมุมไปอยู่ในซอกเล็ก ๆ ถ้าไม่สังเกตก็จะมองไม่เห็นเลยทีเดียว

  

หมายเหตุ

*แป้นเหย้า หมายถึง  เป็นแป้นอักษรที่กำหนดการวางนิ้วเพื่อพิมพ์ดีด ซึ่งภาษาไทยมีแป้นเหย้าคือ ฟหกด่าสว เป็นต้น

 

อ้างอิง

  1. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008/ว 1 ลงวันที่ 5 มกราคม 2547 เรื่อง การเพิ่มเติมมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
  2. ซองคำถาม สารคดี, ปีที่ 15 ฉบับที่ 170 เมษายน 2542 หน้า 137-138.
  3. หนังสือพิมพ์ไทย,  จิราภรณ์  มุขลาย
  4. ขอขอบคุณข้อมูลจากครูอัญชุลี ณ เชียงรุ้ง แผนกวิชาการเลขานุการ  วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย กทม.
  5. รูป eraser shield จาก  http://www.office1000.com/discount/eraser-shield.html (2 ตุลาคม 2551)
  6. รูป animation จาก http://www.animationbuddy.com/ (2 ตุลาคม  2551)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมว่้าอีกหน่อยเครื่องแฟกซ์ ก็กำลังจะถูกลืมแน่ครับangry smile

#1 By Ratcicle on 2008-10-03 13:28

คิดถึงเหมือนกันครับ สมัยนี้หาคนใช้แทบไม่มีเลย
จะมีแต่ในธนาคารที่ยังพอเห็นเวลาใช้พิมพ์ชื่อลงในเล่มบัญชี

แต่ก่อนเคยใช้บ้างเหมือนกัน
รู้สึกว่าการพิมพ์ให้ชิดขอบซ้ายขวายากมากๆ
แถมต้องตั้งใจมากๆด้วย เพราะผิดแล้วแก้ยาก

สมัยนี้ใช้คอมพิวเตอร์ ผิดผิดๆถูกๆ ก็แก้ได้
อะไรก็ง่ายไปหมด คนเลยไม่ค่อยมีสมาธิ

#2 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-10-03 14:39

open-mounthed smile เราเป็นรุ่นสุดท้ายที่ต้องเรียนวิชาพิมพ์ดีดล่ะค่ะ ชั่วโมงแรกสอนพับผ้าคลุมด้วย แต่ปัจจุบันนี้ เห็นใครหลายๆคนพิมพ์ได้เร็วทั้งที่ไม่เคยเรียน โดยเฉพาะเด็กรุ่นๆ เค้าว่าเพราะ MSN แท้เชียว ยิ่งเม้าท์มันส์ ยิ่งพิมพ์เร็วdouble wink

#3 By 19sep on 2008-10-04 08:48

ทุกวันนี้ ยังสอนพับผ้าคลุมเครื่อง ตรวจเล็บ และแบบพิมพ์ต้องอยู่ขวาเสมอ บางคนอาจคิดว่าเครื่องพิมพ์ดีดล้าสมัย แต่เครื่องพิมพ์ดีดเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในการฝึกทักษะการพิมพ์เบื้องต้น ยังมีความจำเป็นสำหรับนักพณิชยการรุ่นเยาว์ พื้นฐานให้มั่นคงก่อน แล้วค่อยขยังไปใช้คอมพิวเตอร์และนำโปรแกรมต่าง ๆ มาบูรณาการ

#4 By ครู (124.120.144.144) on 2008-10-04 22:00

อยากให้ทุกคนเข้าใจและให้ความสำคัญของการเรียนการสอนวิชาพิมพ์ดีดว่า วิชาพิมพ์ดีดไม่ได้สอนให้นักเรียนดีดเป็นเพียงอย่างเดียว แต่สอนให้ทุกคนที่เรียนมีความอดทน รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ยอมรับผลการเรียนของตนเอง ที่สำคัญ ประหยัดไม่เปลืองค่าไฟค่ะtongue big smile

#5 By nuch (125.26.81.128) on 2008-10-04 22:35

เพราะพิมพ์ดีดนี่แหละ

ทำให้เรามีอาชีพการงานที่ดีในวันนี้

#6 By โอ๋ (125.25.139.94) on 2008-10-07 14:04

การเรียนการสอนปัจจุบันได้นำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้แล้วเนื่องจากประหยัดงบประมาณสามารถใช้ได้ทั้งภาษาไทยและอักกฤษแต่เวลาสอนเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ยังคิดถึงเครื่องพิมพ์ดีดเพราะบางอย่างเครื่องคอมพิวเตอร์ยังทำไม่ได้

#7 By (119.42.77.213) on 2008-10-07 17:21

หลายคนมองข้ามเครื่องพิมพ์ดีดจริง ๆ ค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีโปรแกรมหลาย ๆ มาสอนแทนวิชาพิมพ์ดีด ก็ไม่เหมือนกับการเริ่มต้นด้วยเครื่องพิมพ์ดีดหรอกค่ะ เพราะการเรียนพิมพ์ดีด เป็นการฝึกทักษะ สมาธิ ความซื่อสัตย์ บุคลิกภาพและผลงานที่ผลิตออกมาได้ จะต้องมีความปราณีต สวยงาม มีระเบียบและถูกต้องตามแบบฟอร์ม แถมยังมีความภูมิใจในผลงานที่ออกมาแต่ละชิ้นด้วยค่ะ ยิ่งได้รับการฝึกฝนจากเครื่องพิมพ์ดีดอย่างสมัยก่อนด้วยแล้ว สามารถพิมพืสัมผัสได้ ด้วยความรวดเร็วไม่มองแป้น ถึงแม้ว่าเด็ก ๆ สมัยนี้จะฝึกจากคอมฯ และคุยกันทาง msn ก็ตามก็ยังไม่สามารถพิมพ์งานได้ดีเหมือนกันคนที่เรียนพิมพ์ดีดมาก่อนหรอกค่ะ เอาหัวเป็นประกัน ดังนั้นจึงขอวิงวอนให้ทุกคนอย่าลืมเลือนเครื่องพิมพ์ดีดนะค่ะ ถึงแม้ว่าสมัยนี้จะเป็นยุค IT ก็ตาม เครื่องพิมพ์ดีดยังมีประโยชน์ในการทำงานเป็นอย่างมากค่ะ

....จากครูเลขานุการอีกคนค่ะ....

#8 By Krudaow (118.172.92.110) on 2008-10-09 21:40

เคยสอนพิมพ์ดีดอังกฤษให้เด็กนักเรียนที่จบปวช.ไปเมื่อ6 ปีที่แล้วตอนนี้ทำงานเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์สังกัด สพฐ. กลับมาลงเรียนระยะสั้นวิชาพิมพ์ดีดไทย เพราะบอกว่าพิมพ์สัมผัสพิมพ์ไทยไม่ได้
ยอมรับว่าคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ดีและสะดวกกว่าพิมพ์ดีดธรรมดา แต่การฝึกทักษะเบื้องต้นและการพิมพ์สัมผัสยังไงก็ต้องเริ่มจากพิมพ์ดีดธรรมดา

#9 By krunoy (222.123.80.52) on 2008-10-17 16:50

ไม่ทราบว่าวิทยาลัยฯ เชยหรือเปล่า ปีงบประมาณนี้ ได้จัดซื้อเครื่องพิมพ์ดีดไทย อีก 40 เครื่อง

แต่การเรียนเบื้องต้นการพิมพ์โดยใช้เครื่องพิมพ์ดีดรู้สึกว่าทักษะการพิมพ์จะดีกว่าพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ แต่เด็กเดี๋ยวนี้ไม่มีความอดทน ในการฝึก

#10 By p'ying (118.172.58.22) on 2008-10-20 16:22

เป็นเรื่องที่ดี วงการวิชาชีพ (เลขานุการ)ควรรู้เพื่อนำไปบูรณาการการจัดการเรียนการสอน
สุภาณี

#11 By สุภาณี (203.172.176.66) on 2008-11-04 08:54

ทุกอย่างควรปฏิบัติตามขั้นตอน จากน้อยไปหามาก จากเล็กไปหาใหญ่ จากง่ายไปหายาก การพิมพ์ดีด ควรจะให้เรียนรู้การพิมพ์สัมผัสจากเครื่องพิมพ์ดีดก่อนแล้วขั้นต่อไปจึงไปพิมพ์ด้วยคอมฯ อย่าคิดว่าเชยหรือไม่สำคัญ ความสำคัญอยู่ที่คุณพิมพ์สัมผัสหรือเปล่า เห็นแต่จิ้มคอมฯ อย่างนี้คอมฯ พังหมด เพราะไม่ได้สัมผัส ถ้าเรียนพิมพ์ดีดสัมผัสกับเครื่องพิมพ์ดีดแล้ว เราจะพิมพ์คอมฯเบามากๆ เพราะเราแค่"สัมผัส" ไม่ได้จิ้มแรงๆ เอกสารบางอย่างก็ยังใช่การกรอกข้อมูล ซึ่งต้นฉบับไม่สามารถ
พิมพ์ได้ เช่น กรอกแบบเอกสารต่างประเทศ จากประสบการณ์

#13 By เลขาฯ แก่ๆ (118.172.142.100) on 2009-02-24 21:23

#14 By (117.47.236.156) on 2009-05-12 09:21

open-mounthed smile angry smile asdw

#15 By man (125.27.175.156) on 2009-05-26 15:06

ยอมรับว่าคนสมัยนี้เลยลืมเครื่องพิมพ์ดีดไปจริงๆ
แต่ที่เห็นคนเขาใช้กันก็มีนะ
เช่น ธนาคารต่าง ๆ

ที่รู้เพราะไปฝึกงานมาถึงรู้......อิอิอิ
surprised smile

#16 By เลขที่25/2.7 วอศชม. (58.147.101.53) on 2009-05-27 08:50

บางคนคิดว่าเครื่องพิมพ์ดีดล้างสมัย

แต่ที่จริงแล้วเครื่องพิมพ์ดีดเป็นพี้นฐานทักษะของเรา

เราน่าจะเห็นความสำคัญของเครื่องพิมพ์ไว้

55++

question

#17 By เลขที่ 10 2.7 วอศ.ชม (58.147.101.53) on 2009-05-27 09:02

การฝึกพิมพ์ดีดเป็นการฝึกพิมพ์ที่ดี
แต่ปัจจุบันผู้คนหันมาสนใจแต่เจ้า
เครื่องคอมพิวเตอร์กันทั้งนั้นเพราะ
ทันสมัยกว่าแต่ถ้าพูดถีงเครื่องพิมพ์ดีดแล้ว
มันกลับทำให้เราฝึกการพิมพ์ได้ถูกต้องกว่า
เครื่องคอมพิวเตอร์อีกด้วยเพระเครื่องพิมพ์ดีด
พิมพ์แล้วลบยากแล้วมันจะทำให้เราตั้งใจในการใช้
แต่เครื่องคอมพิวเตอร์พิมพ์ผิดเมื่อไหร่ก็ลดได้ทันที

เราจึงควรที่จะไม่ลืมเจ้าเครื่องพิมพ์ดีดกันนะคะ

#18 By เลขที่6 2.7 วอศ.ชม. (58.147.101.53) on 2009-05-27 09:07

ถึงเครื่องพิมพ์ดีดจะถูกลืมจากสังคม
แต่ไม่อาจถูกลืมจากใจคนได้ค่ะ

เมื่อก่อนพิมพ์งานไม่ได้เลย
เริ่มแรกก็ต้องฝึกทักษะแป้นเหย้ากับเครื่องพิมพ์ดีด
จนปัจจุบันนี้พิมพ์ได้เร็วเลยค่ะ

จึงไม่อยากให้สังคมไทยลืมเครื่องพิมพ์ดีดเลยbig smile

#19 By เลขที่ 5 2.7 วอศ.ชม. (58.147.101.53) on 2009-05-27 09:23

ที่เราจะพิมพ์งานต่าง ๆ ได้เราต้องอาศัยฝึกทักษะการพิมพ์บนแป้นพิมพ์ดีด
เคยเรียนมาตอนปวช.สนุกมากแถมกับการโดนตรวจเล็บถ้าใครเล็บยาวก็จะโดนแปรงลบกระดาน
นึกแล้วอยากเรียนอีก(แต่ทำไมพิมพ์ดีดกลายเป็นสิ่งไม่สำคัญกับการทำงานเสียแล้วล่ะ)question

#20 By No.12 2.7 วอศ.ชม รัตติกาล(ดวงจันทร์) (58.147.101.53) on 2009-05-27 09:36

angry smile พพพพพพพพพะ

#21 By (125.26.178.51) on 2009-08-01 10:00

ถ้าเครื่องพิมพ์ดีดจะถูกลืมแล้วจะใช้อะไรสอนให้เด็กนักเรียนที่จะเพิ่งหัดเรียนละคะ ถ้าจะใช้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็อาจทำให้มีความแม่นยำในการพิมพ์น้อยลงนะคะเพราะในเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถลบคำผิดได้แต่เครื่องพิมพ์ดีดไม่สามารถลบได้ทันทีนะคะ แล้วจะทำให้เรามีความตั้งใจเยอะขึ้นด้วยนะคะ

#23 By ธัญญารักษ์ เหล่าทรงจิตร (58.147.101.53) on 2009-08-10 11:45

เราควรจะมีการใช้เครื่องพิมพ์ดีด เพราะเครื่องพิมพ์ดีดก็เป็นพื้นฐานในการใช้คอมน่ะค่ะbig smile big smile

#24 By น.ส.จริยา เสนาะดี ปวส.2/7 เลขานุการ เลขที่ 3 (เด็กวุ่นวาย) (58.147.101.53) on 2009-08-10 12:06

สุด ยอด คร้าฟ
tongue question embarrassed surprised smile wink wink double wink

#25 By (58.147.54.8) on 2009-08-21 10:54

ผมว่ายังไงคอมก็ดีกว่า นี่เราขนาดเล๊บยาวยังพิมพ์ได้เลย

#26 By (222.123.239.174) on 2009-10-03 11:01

ฤฆฏโฌ๋ษศซ..sad smile angry smile tongue embarrassed cry

#27 By ไนท์ (58.9.14.210) on 2009-11-10 17:59

angry smile angry smile angry smile angry smile เหงาอะ

#28 By ไนท์ (58.9.14.210) on 2009-11-10 18:01