>เมื่อ "พิมพ์ดีด" (typewriter) กำลังจะถูกลืม
posted on 03 Oct 2008 13:06 by phajaeแม้หลายคนจะเริ่มลืมเลือนเครื่องพิมพ์ดีดไปแล้ว เพราะมีคอมพิวเตอร์เข้ามาแทน ทั้งสถานที่ทำงานและสถานศึกษา เครื่องพิมพ์ดีดถูกตีตราเป็นครุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ แทงจำหน่ายหรือชำรุดไป แต่ครั้งหนึ่งคงจะยังจำกันได้โดยเฉพาะผู้เรียน commerce หรือวิชาชีพ พาณิชยการและสายมัธยมที่เป็นวิชาเลือกอีกวิชาหนึ่ง บรรยากาศของวันนั้นคงจะจำกันได้
เครื่องพิมพ์ดีด
* เสียงของเครื่องพิมพ์ดีดที่รัวระงมสลับกับเสียงกริ่งที่ตามมาหลังจากพิมพ์ถึงจุดที่ตั้งกั้นหลังไว้พร้อมทั้งเสียงปรับแคร่ เมื่อพิมพ์พร้อม ๆ กันเสียงมันจะดังขนาดไหน คงไม่แปลกใจที่ห้องพิมพ์ดีดจะแยกออกจากห้องอื่น ๆ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์มีเสียงการพิมพ์อย่างเดียว
* ยี่ห้อของเครื่องพิมพ์ดีดของสถานศึกษาทั้งรัฐบาลและเอกชน สเปค (ของใครหรือเปล่าไม่ทราบ) ส่วนใหญ่ที่พบคือ Olympia โอลิมเปีย สัญลักษณ์รูปวงกลมมีปีกคล้ายตัวแมลงทับสีแดง ฟังชื่อคงจะเดาได้ว่ามีกลิ่นเบียร์และขาหมูของเยอรมนี ทำให้เกิดความคุ้นเคยและกลายเป็น Brand Loyalty (การจงรักภักดีต่อตราสินค้า) ไปในที่สุด ส่วนใหญ่เราจะคุ้นกับ Olympus ยี่ห้อของสินค้าชนิดหนึ่งในปัจจุบัน
* แบบตัวอักษรของพิมพ์ดีดไทยที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบันมีชื่อแป้นที่เรียกว่า “เกษมณี” ไม่มี font อื่นที่เราคุ้นเคยกันอย่าง Angsana, Browallia, Cordia, Jasmine ฯลฯ ซึ่งชื่อนี้ยังเกี่ยวข้องกับการวางแป้นเหย้า ของตัวอักษร ตัวอักษาที่พิมพ์ด้วยพิมพ์ดีดจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่รอยของหมึกที่ถูกระทบบนกระดาษจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก, ผ้าหมึกและตัวอักษรที่ได้ผ่านการดูแลทำความสะอาดหรือไม่
* เครื่องพิมพ์ดีด เมื่อพิมพ์ได้หนึ่งนิ้วจะมีตัวอักษรอยู่ประมาณ 12 เคาะวรรค ซึ่งแบบนี้เรียกกันว่า เป็นชนิดของแป้นแบบ Elite หากหนึ่งนิ้วพิมพ์ตัวอักษรได้ 10 เคาะวรรคก็จะมีชื่อเรียกกันว่า Pica ไม่มีให้เลือกมากมายตั้งแต่ 8 จนถึง 72 ที่ปรากฏบนหน้าจอเหมือนกับคอมพิวเตอร์
* สำหรับประโยคบังคับผู้ที่ฝึกพิมพ์ได้ครบทุกแป้น (แป้นล่าง) ภาษาไทย ใช้ประโยคที่ว่า เมื่อวานนี้ลุงสถิตจัดระดมคนกับพวกทหารไปยกช่อฟ้าขึ้นที่วัดผาแดงใกล้ ๆ อำเภอฝาง และภาษาอังกฤษใช้ประโยคว่า A quick brown fox jumps over the lazy dog. ลองทดสอบดู
* คำว่า typewriter ที่แปลว่า เครื่องพิมพ์ดีด จะพิมพ์ด้วยตัวอักษรแถวบนหมด
ผู้เรียน
คนที่เคยผ่านการเรียนพิมพ์ดีดจะได้รับการฝึกด้านต่าง ๆ พร้อมกับด้านทักษะการพิมพ์นั้นคือ
เริ่มตั้งแต่ เครื่องพิมพ์ดีดของสถานศึกษาที่เปิดสอนจะมีผ้าคลุมเครื่องที่ผู้เรียนจะต้องฝึกแม้กระทั่งการพับผ้า และการเก็บผ้าคลุมเครื่อง และเมื่อใช้เครื่องเสร็จแล้วจะต้องคลุมเครื่องให้เรียบร้อยดังเช่นก่อนเข้ามาเรียนในชั้นเรียนนี้ ขั้นตอนการใช้เครื่องและการเก็บเครื่องพิมพ์ดีดก่อนออกจากชั้นเรียนโดยการเลื่อนแคร่พิมพ์ดีดให้อยู่ในแท่นของเครื่องไม่ให้แคร่เลื่อนไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง ผู้เรียนพิมพ์ดีดจะถูกตรวจเล็บก่อนเรียน ซึ่งจะต้องสั้นและสะอาดสะอ้าน เป็นการฝึกและเตรียมทางด้านบุคลิกภาพของผู้ที่จะไปทำงานสำนักงาน ผู้สอนหลายท่านมักจะอ้างเหตุผลที่ว่า หากตัดเล็บสั้นจะทำให้พิมพ์ได้เร็วขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเรื่องความสะอาดก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์แอบแฝงอยู่ การวางแบบพิมพ์ ทางด้านขวามือให้เหมือนกันทั้งห้อง มีใครเคยคิดถึงผู้ที่ถนัดซ้ายหรือไม่ ขณะเดียวกัน โต๊ะที่วางแบบพิมพ์ของสถานศึกษาหลายแห่งยังจำกัดด้วยลักษณะของโต๊ะที่ทำให้แบบพิมพ์สามารถวางไว้เพียงข้างเดียวคือ ด้านขวาเท่านั้น เพราะ โต๊ะที่วางเครื่องพิมพ์ดีดจะยกระดับสูงขึ้นสำหรับวางแบบพิมพ์โดยเฉพาะ นึกแปลกใจแทนคนที่ถนัดซ้ายหลายคนในชั้นเรียนก็สามารถพิมพ์งานได้ดีและรวดเร็วเช่นเดียวกันกับพวกถนัดขวาทั้งหลาย ทักษะทุกอย่างคงจะฝึกกันได้ ตามที่เขาว่ากันมา หลังจากเสร็จสิ้นชั่วโมง ผู้เรียนจะต้องเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งการเก็บเก้าอี้โดยเลื่อนเก็บให้เรียบร้อย เห็นหรือยังว่า การเรียนวิชาพิมพ์ดีดอย่างที่เกริ่นไว้แล้วว่า นอกจากจะฝึกทักษะการพิมพ์ยังสอดแทรกความมีระเบียบวินัย ความอดทนและการฝึกบุคลิกภาพ ซึ่งในทีนี้ยังไม่ได้พูดถึงบุคลิกภาพการพิมพ์ตั้งแต่ การวางแป้น ข้อศอกและมือ อีกทั้งท่านั่งพิมพ์
งานพิมพ์
*การพิมพ์จับเวลา ถือเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งของการพิมพ์ดีด อุปกรณ์คู่ใจคือ นาฬิกาจับเวลาพร้อมคำพูดของผู้สอนที่ว่า “เตรียม” “พิมพ์” “หมดเวลา” 3 คำพูดนี้ที่ผู้เรียนจะต้องฟังอย่างมีสติที่จะปฏิบัติตามเมื่อคำสั่งพวกนี้ดังขึ้น และที่พบบ่อยที่สุดคือ ถ้าแบบพิมพ์จับเวลานั้น ตัวแรกจะต้องยกแคร่ เมื่อมีคำสั่งว่า “เตรียม” ในทันทีเช่นกันก็จะมีเสียง “กึก” ของการยกแคร่เตรียมพิมพ์ไว้ก่อน ผู้เรียนทุกยุคทุกสมัยไม่มีเปลี่ยนพฤติกรรมนี้
*การคิดคำสุทธิของการพิมพ์ จะเป็นการฝึกการคิดคำนวณอย่างง่าย ๆ แต่ผู้เรียนมักจะคิดคำได้จำนวนมากกว่าที่พิมพ์ได้จริงเสมอ เท่าที่เห็นผู้เรียนบวกได้แต่ลบไม่เป็น เรื่องนี้ฝึกความซื่อสัตย์เห็น ๆ
*ทำไมฝาครอบเครื่องต้องถูกถอดออกเสมอขณะที่พิมพ์ ผู้เรียนมักบอกว่า พิมพ์งานได้รวดเร็วขึ้นและเครื่องเบาลง แต่สาเหตุนี้น่าจะมาจากเครื่องพิมพ์ดีดของหลายแห่งลูกยางที่ล็อคฝากับเครื่องหลุดหายไปไม่ได้ซ่อมแซม ดังนั้น เมื่อพิมพ์ก็เกิดเสียงดังทำให้เกิดความรำคาญ
*งานผลิตที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ (rubber) ลบงานได้ ยี่ห้อยางลบหมึกที่ลบได้สะอาดและมักถูกเพื่อนยืมบ่อย คือ Pelikan (เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อของเครื่องเขียนที่ได้รับความนิยมในสมัยหนึ่ง) และการลบจะต้องเลื่อนแคร่ให้อยู่ด้านใดด้านหนึ่งป้องกันเศษยางลบตกเข้าไปในเครื่องผสมกับน้ำมันที่อยู่ตามส่วนประกอบต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้เครื่องชำรุดได้ มีเครื่องเขียนอีกชนิดหนึ่งที่ใช้ในการลบคือ เป็นกระดาษคล้ายกระดาษคาร์บอนแต่เป็นสีขาวแบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ วิธีการใช้ให้สอดไว้บนตัวอักษรที่พิมพ์ผิดแล้วพิมพ์ซ้ำลงไปก็จะลบตัวอักษรนั้นได้ (เป็นสีขาว) จากนั้นก็พิมพ์ตัวอักษรที่ถูกต้องพิมพ์ซ้ำรอยลบขาวนั้น นอกจากนี้เครื่องเขียนอีกชนิดหนึ่งคือ Eraser shield เป็นแผ่นพลาสติกบางขนาดเท่ากับบัตรเติมเงิน จะมีรอยที่เป็นช่องว่างสำหรับเฉพาะตัวอักษรที่พิมพ์ผิด เมื่อลบก็ใช้ทาบลงตัวอักษรดังกล่าวซึ่งจะทำให้ไม่ต้องไปลบโดนตัวอักษรอื่น
(ภาพจาก http://www.office1000.com/discount/eraser-shield.html )
*กระดาษฝึกพิมพ์ จะเป็นกระดาษสีน้ำตาลราคาถูกและขนาดยาวกว่ากระดาษแบบ A4 และจะต้องฝึกพิมพ์ทั้งสองด้าน ฝึกความประหยัดและช่วยลดโลกร้อน ถ้าเป็นยุคสมัยนี้

ตลับใส่ผ้าหมึกยี่ห้อ FLYING FISH
เมื่อเครื่องพิมพ์ดีดกำลังถูกลืม จะทำให้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ปรับเปลี่ยนไป เริ่มตั้งแต่
*ตำแหน่งงานของสำนักงาน ก.พ. ก็มีการปรับเปลี่ยนชื่อตำแหน่งงานจากเดิมที่มีตำแหน่งงาน เจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด ก็เพิ่มตำแหน่งงานให้สอดคล้องกับลักษณะงานในปัจจุบันคือ เจ้าหน้าที่บันทึก
*เครื่องพิมพ์ดีด ถูกปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งราคาที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ทุกวันนี้เข้าไปสำนักงานบางแห่งของราชการที่มักจะมีคนเปรียบเปรยว่า เก่าโบราณ ก็ยังไม่เห็นเงาของเครื่องพิมพ์ดีดปรากฏให้เห็นอีกเลย
*การเรียนการสอน นำเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้อย่างแพร่หลาย มีรายวิชาเกิดขึ้นมาใหม่สำหรับผู้เรียนอาชีวศึกษา นั้นคือ วิชาพิมพ์ไทย (อังกฤษ) ด้วยคอมพิวเตอร์ โดยนำโปรแกรมการพิมพ์ต่าง ๆ เข้ามาใช้แทน ขณะที่บางแห่งยังคงเครื่องพิมพ์ดีดไว้บางส่วนเพื่อฝึกทักษะการพิมพ์เบื้องต้นเท่านั้น
*วัสดุอุปกรณ์สำหรับเครื่องพิมพ์ดีด ยังคงมีจำหน่ายในท้องตลาด วางบนชั้นร้านเครื่องเขียนแต่โดนเบียดด้วยพวกหมึกพิมพ์สำหรับเครื่องปรินเตอร์แตกต่างหลากหลายชนิด หมึกพิมพ์ดีดหลบมุมไปอยู่ในซอกเล็ก ๆ ถ้าไม่สังเกตก็จะมองไม่เห็นเลยทีเดียว
หมายเหตุ
*แป้นเหย้า หมายถึง เป็นแป้นอักษรที่กำหนดการวางนิ้วเพื่อพิมพ์ดีด ซึ่งภาษาไทยมีแป้นเหย้าคือ ฟหกด่าสว เป็นต้น
อ้างอิง
- หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008/ว 1 ลงวันที่ 5 มกราคม 2547 เรื่อง การเพิ่มเติมมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
- “ซองคำถาม” สารคดี, ปีที่ 15 ฉบับที่ 170 เมษายน 2542 หน้า 137-138.
- หนังสือพิมพ์ไทย, จิราภรณ์ มุขลาย
- ขอขอบคุณข้อมูลจากครูอัญชุลี ณ เชียงรุ้ง แผนกวิชาการเลขานุการ วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย กทม.
- รูป eraser shield จาก http://www.office1000.com/discount/eraser-shield.html (2 ตุลาคม 2551)
- รูป animation จาก http://www.animationbuddy.com/ (2 ตุลาคม 2551)


เราเป็นรุ่นสุดท้ายที่ต้องเรียนวิชาพิมพ์ดีดล่ะค่ะ ชั่วโมงแรกสอนพับผ้าคลุมด้วย แต่ปัจจุบันนี้ เห็นใครหลายๆคนพิมพ์ได้เร็วทั้งที่ไม่เคยเรียน โดยเฉพาะเด็กรุ่นๆ เค้าว่าเพราะ MSN แท้เชียว ยิ่งเม้าท์มันส์ ยิ่งพิมพ์เร็ว

#1 By Ratcicle on 2008-10-03 13:28