ถ้าพูดถึงคำว่า สำนักงาน (office) คนส่วนใหญ่จะให้ความหมายคำนี้ว่า เป็นสถานที่ทำงาน  ในฐานะผู้ที่ผ่านประสบการณ์เกี่ยวข้องกับสำนักงานมาพอสมควร เริ่มจากผู้ที่ใช้บริการมาถึงเป็นผู้ให้บริการในสำนักงาน เห็นภาพความเปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้า ข้อปัญหาอุปสรรค ซึ่งอาจจะเป็นเพียงบางส่วนหรือเกือบทั้งหมดของสำนักงานเหล่านั้น  มาดูกันว่า มีใครเคยพบหรือเห็นสำนักงานแบบนี้กันบ้าง

 

uu สำนักงานของราชการ  (Bureau)  เป็นสำนักงานแรกที่ผู้ใช้บริการได้รับผ่านมุมมองในตอนนั้นก็คือ เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยคนใส่ชุดสีกากี สีขาว สีเขียว (แยกงานกันด้วยสีสันของแต่ละหน่วยงาน)  ในขณะที่คนไปติดต่อก็เป็นพวกหลากสี ชวนให้นึกถึง ความล่าช้าในการทำงาน  จะต้องไปติดต่อกับโต๊ะทำงานอย่างน้อย 2 จุดขึ้นไป บนโต๊ะทำงานประกอบด้วยจำนวนของเอกสารวางเรียงรายกันทั้งเป็นระเบียบและกองสุมไว้ ยังไม่นับจำนวนพนักงานที่มีมาก มองไม่ออกว่า คนล้นงานหรืองานล้นคน   

ผู้ให้บริการ
พูดจาไม่เพราะ ดูท่าทางเป็นเจ้าคนนายคน ไม่เป็นมิตรและอยู่คนละระดับกับคนทั่วไป จนถึงสีสันในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยตู้เอกสารสีเทา  ยิ่งมีอาคารก่อสร้างขนาดใหญ่โตเท่าไรก็มองเห็นความแข็งแกร่งขององค์กรนั้น ๆ เป็นอย่างดี นั้นคือ สิ่งที่เราเห็นในสายตาของเด็กคนหนึ่ง  ไม่ว่าจะเป็น  ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ ไปรษณีย์  โรงเรียน สถานีอนามัย (ชื่อในสมัยนั้น) นี่ยังไม่นับถึง ป้ายชื่อที่บอกสถานที่ทำการแต่ละแห่งที่กินอาณาบริเวณและสูญเสียงบประมาณที่หน่วยงานเห็นว่าจำเป็นมากกว่า วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในสำนักงานแห่งนั้น  เครื่องใช้สำนักงานประกอบไปด้วยเครื่องพิมพ์ดีดยี่ห้อต่าง ๆ  เครื่องอัดสำเนา  โทรศัพท์แบบอะนาล็อค

 

 

 

 

uu OA (office automation)  สำนักงานอัตโนมัติ คำนี้ผู้เขียนได้รับรู้ว่า เป็นเรื่องที่ใหม่สุด ๆ ประมาณปี 2527 (ผู้อ่านบางคนยังเป็นฝุ่นอยู่) พวกเรียนด้านบริหารธุรกิจตอนนั้นจะต้องเรียน จำได้ว่า มีบทความข้อเขียนในนิตยสาร/วารสารหลายเล่มและส่วนใหญ่แปลมาจากภาษาอังกฤษ  สำนักงานแบบนี้มีอยู่จริงเป็นสำนักงานใหญ่ขององค์กรต่าง ๆ ที่มีสาขาอยู่ในต่างจังหวัด  สำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ  องค์กรที่มีลักษณะแบบนี้ เท่าที่พบเห็นตามสื่อ ได้แก่ ธนาคารทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมถึงบริษัทต่างชาติที่มีสาขาในประเทศไทย หรือ บริษัทที่ติดต่อกับต่างประเทศ มีศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้นก็คือ  word processing  เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานที่ทันสมัยขึ้นรวมถึงคอมพิวเตอร์  มีจอภาพเป็นสีเขียวหรือสีเทา และคนใช้คอมพิวเตอร์ จะต้องเป็ผู้ที่จบจากสาขาคอมพิวเตอร์ หรือชื่ออื่นในยุคนั้น เช่น สารสนเทศ

เริ่มมี
อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานอื่นเข้ามาอีกได้แก่  เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า โดยเฉพาะยี่ห้อ IBM (International Business Machines) ที่มีหัวพิมพ์อักษรเป็นรูปกลมคล้ายลูกกอล์ฟ ซึ่งยี่ห้ออื่นจะมีหัวพิมพ์เป็นจานแบนเล็ก ๆ  เครื่องโทรสาร (Fax) เครื่องถ่ายเอกสาร ที่ทุกสำนักงานมีใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว และยุคนี้เช่นกัน บัตรเอทีเอ็มใบแรกของพนักงานสำนักงานที่ทันสมัยก็ต้องเป็นของธนาคารไทยพาณิชย์ 

 

 

uu Paperless Office สำนักงานไร้กระดาษ   ช่วงประมาณปี  2541 คำนี้เป็นศัพท์ใหม่ที่วงราชการนำมาใช้ หลังจากวงการธุรกิจได้ใช้ไปแล้ว  ถึงตอนนี้คอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานแทนที่เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว   จำได้ว่า ตอนนั้นทุกคนต้องใช้  window 95  มีเครื่องพิมพ์กระดาษหรือที่ติดปากเราในที่สุดคือ เครื่องพรินเตอร์ (printer)  รุ่นแรก ๆ ต้องเป็นแบบดอส เมทริกซ์ เพราะจะประหยัดหมึก สามารถใช้ได้หลายครั้ง และเมื่อเสียงเครื่องพิมพ์ดีดหายไปก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงแกร็กๆ ของเครื่องใช้สำนักงานแบบนี้แทน  วัสดุสำนักงานที่พนักงานสำนักงานต้องมีได้แก่ แผ่นดิสก์ ขนาด 5 ¼ นิ้ว จนถึงขนาด 3.5 นิ้วตามลำดับ  ช่วงนี้เช่นกันก็เริ่มมี HandyDrive (ดูรูปประกอบ) ราคาตอนนั้น ประมาณ 2,800 บาท หน่วยความจำ  128 MB (ไม่ได้พิมพ์ตัวเลขและอักษรผิด)

สำนักงานแบบนี้ แปลตามตัวอักษรคือ สำนักงานที่ต้องการให้มีการลดการใช้กระดาษในสำนักงาน โดยเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ ระยะแรกของการใช้ระบบนี้ในราชการ พบสิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือ  เมื่อมีการบันทึกข้อมูลและแก้ไขข้อมูลได้ง่าย การพิมพ์งานต่าง ๆ  จะมีการพิมพ์งานต้นฉบับออกมาแล้วก็นำมาตรวจทานแล้วค่อยพิมพ์งานฉบับที่แก้ไขอีกครั้ง 

ทั้งนี้ พนักงานสำนักงาน เป็นคนใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้ผ่านการอบรมหรือเรียนรู้เพิ่มเติม เมื่อสามารถบันทึกงานได้โดย copy  บวกกับมีเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ที่มีอยู่  ดังนั้น  จำนวนกระดาษก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเนื่องจากความสะดวก  อีกสิ่งหนึ่ง ที่หน่วยงานราชการไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้คือ  สำนักงานส่วนใหญ่ยังไม่มีระบบเครือข่ายที่ทันสมัยพอและการให้บริการทั้งของภาครัฐและเอกชนยังไม่แพร่หลาย  บุคลากรที่มีความรู้เรื่องนี้ยังมีจำกัดและปฏิบัติงานในระบบ paperless ก็ยังไม่มั่นใจ ทั้ง ๆ ที่ผ่านการอบรมมาแล้วในระดับหนึ่ง อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ผู้บริหารมีส่วนสำคัญนการผลักดันให้ระบบนี้เกิด  ยังไม่เห็นถึความจำเป็นและไม่เข้าใจรวมถึงยังใช้ไม่เป็น  ดังนั้น คำศัพท์ที่เกิดตามมาของสำนักงานแบบนี้คือคำว่า  paper-late แทน

 

 

 

uu E-Office (Electronic office) สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์  วันนี้ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เกือบทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะภาคเอกชน ซึ่งนำหน้ามานานแล้วในเรื่องนี้  ซึ่งมันมาพร้อมกับระบบการติดต่อสื่อสารแบบไร้พรมแดนทั้งอินเทอร์เน็ต  โทรศัพท์มือถือ ่ำซ้ำยังใช้ระบบร่วมกันได้อีก โฉมหน้าของสำนักงานทุกแห่งเปลี่ยนไป เครื่องคอมพิวเตอร์เข้ามาเต็มรูปแบบ อีกทั้งยัง มีภาพของสำนักงานที่ทันสมัยสุดๆ  จอคอมพิวเตอร์ที่เป็นแบบก้อน ๆ ใหญ่แทนที่ด้วยจอแบน เครื่องพิมพ์จากที่เคยส่งเสียงดังกับเงียบสนิทและไม่จำเป็นต้องซื้อเข้ามาในสำนักงานมากมาย แต่สามารถใช้ร่วมกันได้ และยังไม่นับรวมอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานที่ปรับรูปแบบสามารถใช้งานได้หลากหลายทั้ง ถ่ายเอกสาร พิมพ์เอกสาร ส่งแฟกซ์ การสแกน การบันทึกเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะนำไปใช้งานได้ในเครื่องเดียวกัน วัสดุสำนักงานจากแผ่นดิสก์ ปรับเปลี่ยนมาเป็นแผ่นซีดีหรือดีวีดี ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก มีชื่อวัสดุสำนักงานชื่อแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น USB, Flash drive, USB hub, Gadget สำหรับคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นตามมาอย่างมากมาย 

พนักงานสำนักงาน
ทุกคนใช้คอมพิวเตอร์เป็นและเกือบทั้งหมดมีโทรศัพท์มือถือ  นามบัตร (name card) แทนที่จะระบุเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์ก็เพิ่ม e-mail address ซึ่งเป็นอีกส่วนที่สำคัญ  สำนักงานส่วนใหญ่ มีระบบการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัยด้วยการมีโปรแกรม e-office  ในการติดต่อสื่อสาร อีกทั้งยังมีระบบอินทราเน็ตในสำนักงาน  การพึ่งบริการไปรษณีย์มีความจำเป็นลดลง โทรเลขปิดฉากตัวเองอย่างสงบในยุคนี้เช่นกัน  ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ ได้รับความสะดวก รวดเร็วบางแห่งมีระบบการตรวจสอบที่โปร่งใสเข้ามาร่วมด้วย ทั้งบริการภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันในการให้บริการด้านต่าง ๆ ทุกฝ่ายได้ต่างได้รับผลประโยชน์ตอบแทน  เกิดคำว่า win win situation ขึ้น

 

uu Green Office สำนักงานสีเขียว เวลาไล่เลี่ยกันกับ e-office ก็มีชื่อนี้เกิดขึ้นมาพร้อมกันต้อนรับกระแสโลกร้อน งานนี้ไม่ใช้เฉพาะแค่สำนักงานเราเพียงแห่งเดียว แนวความคิดในเรื่องทุกคนต้องช่วยกัน เพราะต้นสายปลายเหตุที่ทำให้โลกร้อนคือ มนุษย์ นั้นเอง แล้วสำนักงานมีส่วนอย่างไรและจะเป็นสีเขียวได้กรณีใดบ้าง 

มีคำศัพท์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เริ่มตั้งแต่ 
Reused, Recycle,  Reduce,  Repair มีองค์กรหลายแห่งเล็งเห็นความสำคัญ หันมาร่วมกันผลิตหรืออย่างน้อยก็กันรายได้ส่วนหนึ่ง เพื่อช่วยในเรื่องนี้ ตัวอย่างเช่น โดยสินค้าที่เมื่อนำไปใช้ในสำนักงานจะช่วยลดการใช้และประหยัดพลังงาน หรือผลิตสินค้าโดยการ recycle จากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ  การลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกซึ่งต้องใช้เวลาย่อยสลายที่ยาวนานและใช้พลังงานมาก โดยการลดการใช้หรือนำมาใช้อีกครั้ง  มีผลิตภัณฑ์เช่น กระดาษหน้าเดียวจำหน่ายเช่นเดียวกันกับกระดาษสองหน้า 

 

 

uu Virtual Office  ออฟฟิศในอากาศ บางชื่อก็เรียกว่า  Space Office  บริการสำนักงานเสมือนจริง เป็นอีก้าวหนึ่งของสำนักงาน โดยที่ไม่ต้องมีภาระในการซื้อหรือเช่าสำนักงาน แต่มีพนักงานที่คอยดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ให้ไม่ว่า จะเป็นการรับโทรศัพท์ ตอบอีเมล รับฝากข้อความ จัดส่งเอกสารและติดต่องานให้  คำจำกัดความเรื่อง งานสำนักงานที่จะต้องดูแลเรื่องการจัดสำนักงาน ข้อนี้คงจะต้องถูกยกเว้นบางกรณีไปในที่สุด  

อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานยิ่งมีความทันสมัยยิ่งขึ้น  ระบบ wire network ค่อย ๆ ลดความสำคัญลง ต่อไป ก็เข้าสู่ระบบที่เป็น wireless  ทั้งเจ้านายและลูกน้องสามารถติดต่อกันได้โดยไม่ต้องพบหน้าค่าตากันอีก  notebook  เข้ามาแทนที่การใช้งานได้ทั้งภายนอกและภายในสำนักงาน  สำนักงานมีเครื่องตกแต่งสำนักงานที่ดูทันสมัย ตู้เก็บเอกสารและเครื่องใช้สำนักงานบางประเภทไม่มีความจำเป็น พนักงานสามารถนั่งทำงานที่จุดใดก็ได้โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ รูปลักษณ์ของสำนักงานที่กะทัดรัด ไม่โอ่โถง มีคนทำงานเพียงแค่ 2-3 คนในแผนกก็สามารถทำงานได้ทั้งหมด  พนักงานสำนักงาน  จะเป็นผู้ที่มีความสามารถในการติดต่อสื่อสารด้วยการใช้อินเทอร์เน็ต  อีเมล และการติดต่อทางผ่านโทรศัพท์มือถือ

 

 

 

รูปแบบสำนักงาน (office) ที่ผ่านตาทั้ง 4-5 ชื่อนี้ คงจะไม่สิ้นสุดและคงมีสำนักงานที่มีชื่อที่เรียกต่างออกไปและเกิดคำศัพท์ใหม่ ๆ  ขึ้นอีกเพื่อจะได้เข้ากับยุคสมัย ลักษณะของสำนักงานต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นในบ้านเราประเทศนี้จริง การเปลี่ยนแปลงบางช่วงของสำนักงานค่อนข้างจะเชื่องช้า ในขณะที่บางตอนแทบจะก้าวกระโดด ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการเกือบจะตามไม่ทัน  ท้ายสุด เป็นข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ เรานำเข้ามา (import) เพื่อที่ว่า จะทำให้เราติดต่อกับโลกใบนี้ที่ถูกย่อส่วนแล้วเช่นกัน

 

เอกสารอ้างอิง :
กุลประภา  กลุ่มรักษ์โลก, “โลกในมือเรา” , สกุลไทย  ฉบับที่ 2804, 2551.
คันถ์ชิด  วณิชดิลกกุล, ทำมาค้าคล่อง, ขวัญเรือน, ฉบับที่ 852-853, 2550.
คู่มือผู้ใช้โทรศัพท์ Nokia 2630, 2008.
เว็บไซต์เอ็มฟาติกซ์, http://mfatix.com  (5 ธันวาคม  2551)
ศิริวรรณ  เสรีรัตน์และสมชาย หิรัญกิตติ, การบริหารสำนักงานแบบใหม่, พัฒนาศึกษา : กรุงทพฯ, 2537.


 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot!
สาระ
ฮา paper-late ช่างอธิบายการทำงานของสำนักทะเบียนมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี

#1 By persona non grata on 2008-12-22 11:11

ตอนนี้ในไทยมี virtual office ที่ไหนบ้างอ่า คร่าว ๆ
สาระมากมาย

#2 By i' FY on 2008-12-22 12:23

รีจัส (REGUS) ที่เป็นบริษัทที่ให้บริการด้าน service office ที่ครอบคลุมการให้บริการทั่วโลก สำหรับรีจัสในประเทศมีด้วยกัน 3 สถานที่คือ ชั้น 23 กับ 25 ของตึก M-THAI และชั้น 36 ของตึก CRC ในเขตออลซีซั่น เพลส และชั้น 27 ของตึก Q-House ลุมพินี โทร. 0-2627-9012

#4 By ป้าเจ๊ on 2008-12-22 14:54

สาระดีเรื่องที่ทำงาน big smile

#5 By tiew@fine on 2008-12-22 16:33

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้ผู้นำเสนอนะคะ surprised smile

#6 By tida (202.142.204.1) on 2008-12-23 11:33

big smile

ขอบคุณสำหรับบทความที่เป็นความรู้ให้กับเด็ก ๆ แผนกเลขานุการ การจัดการสำนักงาน ที่สอนอยู่ในปัจจุบันมากเลย

open-mounthed smile

#7 By P'yingh (118.173.171.15) on 2008-12-25 20:21

เป็นบทความดีๆ ที่เป็นความรู้ให้กับเด็ก ๆ แผนกเลขานุการ การจัดการสำนักงาน ที่สอนอยู่ในปัจจุบันมากเลย

#8 By นิตยา (203.172.176.66) on 2008-12-26 09:11

อ่านแล้วได้ความรู้ดีค่ะ

#9 By นงนุช (125.26.84.32) on 2008-12-28 22:26

จากการที่ได้อ่านบทความข้างบนแล้ว ทำให้เรียนรู้ถึงวิวัฒนาการของสำนักงานแต่ยุค ในแต่ละยุดก็จะพัฒนาให้ใช้ทรัพยากรต่างๆ เช่น คน วัสดุต่างๆ ให้น้อยลง และในช่วงหลังๆมานี้ก็มีกระแสของการลดภาวะโลกร้อนออกมาด้วยทำให้แต่ละสำนักงานมีการตระหนักมากขึ้นและต่างหันมาประหยัดพลังงานกันมากขึ้น และหันมาใช้การจัดเก็บเอกสารโดยการบันทึกให้เครื่องความจำ(HandyDrive) มากกว่าการเก็บในกระดาษซึ่งทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติ cry cry

#10 By Nan Nitarat (58.137.170.12) on 2009-01-06 09:45

เป็นบทความที่ดี ให้ความรู้
และไม่ทำให้คนไม่ลืมอุปกรณ์สำนักงงานแต่ก่อน

#11 By jung (117.47.147.224) on 2009-01-06 17:03

ถือได้ว่าเป็นบทความที่ดีมาก เป็นการทบทวนและให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องใช้สำนักงานในแบบต่าง ๆ ที่เลขานุการบางคนอาจยังไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำ ."The Best".

#13 By Bow :"Pattaramon" (125.25.240.8) on 2009-01-07 20:54

ไม่ช้าไปใช่มั้ยครับที่จะบอกว่า

สวัสดีปีใหม่ มีความสุขมากๆ นะครับ

#14 By iTualek on 2009-01-08 00:29

OA นั้นเป็นกระบวนการนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาช่วยคนในสำนักงานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานให้สูงขึ้น การจัดสำนักงานอัตโนมัติมีขอบเขตกว้างและมีการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วการจัดสำนักงานอัตโนมัติ ที่ริเริ่มในการนำคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมาใช้ในสำนักงาน ส่วนจะถูกพัฒนาดัดแปลงไปอยู่ในรูปเช่นไรนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กร ความเหมาะสม ยุคแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ มีแนวโน้มว่า OA จะถูกพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆและจะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารงานองค์กรต่างๆ เกือบทุกองค์กรในอนาคต
เรื่อง “โลกร้อน” หรือ “โกลบอล วอร์มมิ่ง” แม้กระทั่งในองค์กร สำนักงานต่างๆก็ต้องหันกลับมามอง และสนใจแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน คอนเซ็บวิธีคิดและการนำมาใช้ในการออกแบบออฟฟิสให้เป็น “สำนักงานสีเขียว” (Green Office) นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายๆอย่าง ก็ต้องให้เหมาะสมและถูกต้องด้วย

#15 By gig_Dongporn10 (125.27.53.91) on 2009-01-08 09:32

การที่นำสำนักงานอัติโนมัติมาใช้ในสำนักงานดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าจะช่วยลดปัญหาต่างๆ ในการทำงานเช่น การลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ช่วยให้ประหยัดทรัพยกรในสำนักงานหลายๆ อย่าง เช่น กระดาษ ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน เป็นต้น เนื่องจากสำนักงานอัติโนมัติเป็นสำนักงานที่ทันสมัยและสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จึงเหมาะกับยุคปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง confused smile

#16 By นู๋แต๊ก_พรพิมล (222.123.16.12) on 2009-01-08 15:03

สำนักงานอัตโนมัติ ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้
ประหยัดเวลา และรวดเร็ว และข้อมูลสามารถรู้ได้อย่างทั่วถึง เทคโนโลยีมีส่วนเป็นอย่างมากในการทำงาน ทำให้การติดต่อสื่อสารรวดเร็ว

#17 By Jern_kasawan (118.172.50.3) on 2009-01-08 16:33

ปัจจุบันนี้สำนักงานโดยทั่วๆไปได้มีการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยในการทำงานเพิ่มมากขึ้นการที่นำเอาสำนักงานอัตโนมัติเข้ามาใช้จะทำให้องค์กรมีการทำงานที่ดีขึ้นเทคโนโลยีนับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งขององค์กรช่วยให้องค์กรมีการใช้วัสดุต่างๆ ลดน้อยลง และช่วงหลังสำนักงานส่วนใหญ่จะตระหนักถึงภาวะโลกร้อนซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ก็เป็นตัวช่วยในการลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วยและเทคโนโลยียังทำให้งานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามวัตถุประสงค์ซึ่งสิ่งเหล่านี้สำคัญต่อหน่วยงานเป็นอย่างมาก

#18 By น้องอ้อม_กัญญารัตน์ (125.25.79.45) on 2009-01-08 18:21

การที่นำเอาสำนักงานอัตโนมัติมาใช้เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยทำงานให้เกิดประโยชน์และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานต่าง ๆ ซึ่งจะมีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและพลังงาน และนำเอาของที่ใช้แล้วมารีไซเคิลใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนสำนักงานสีเขียวก็เป็นหัวใจสำคัญของการลดโลกร้อนเป็นการสร้างจิตสำนึกในการสร้างพฤติกรรมที่ดีให้แก่พนักงานไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงานและใช้ทรัพยากรทุกอย่างให้คุ้มค่ามากที่สุด

#20 By เพ็ญนภา_เอี้ยง (125.25.13.137) on 2009-01-09 20:01

รวมบทความเกี่ยวกับอาชีพเลขานุการ อ่านเข้าใจง่ายได้รับความรู้เรื่องของอุปกรณ์งานสำนักงานดีมากค่ะ
นุชขอให้พี่ป้อมลงบทความเรื่องเกี่ยวกับสำนักงานสมัยใหม่เพิ่มอีกเยอะ ๆ นุชจะได้รับความรู้ด้วยค่ะ และที่สนใจคื่อเรื่องของการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการบันทึกข้อมูลเวลามีการประชุม โดยไม่ต้องบันทึกและถอดข้อความ หมายถึงเวลามีประชุม ปัจจุบันที่วิทยาลัยให้จดบันทึกคือพิมพ์บันทึกมากกว่า พิมพ์ผ่านจอเพื่อให้ผ้เข้าประชุมรับทราบในเวลานั้น แต่นุชยังไม่มีเวลาศึกษาโปรแกรมคอมฯ สำหรับบันทึกพร้อมกับที่เราพิมพ์เสนอ สนใจมากค่ะ ขอเวลาทำผลงานก่อนน่ะค่ะ รักเคารพเสมอbig smile open-mounthed smile

#21 By นงนุช (125.26.88.181) on 2009-01-09 22:30

มีโปรแกรมแบบนี้ด้วย ดีจัง!
อย่าลืมถึงจะดี แต่ที่สุดก็คงจะต้องใช้การกรองหรือสรุปโดยเลขานุการอยู่ดี...
การถอดจากคนอื่น/โปรแกรม ใช้เวลามากกว่า manual คือคำตอบสุดท้ายนั้นแหละ

#22 By ป้าเจ๊ on 2009-01-09 22:50

เป็นบทความที่ดีมากเลยค่ะ จากบทความที่กล่าวมานั้นทำให้เราได้ความรู้เพิ่มเติมว่าการจัดการสำนักงานมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไปตามยุคต่าง ๆ มีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนมีความทันสมัย มีความเป็นอัตโนมัติมากขึ้นรวมทั้งประหยัดเวลาและประหยัดพลังงานด้วย น่าชื่นชมจริง ๆ ค่ะ

#23 By kae_worrawan (118.174.81.80) on 2009-01-10 14:09

การทำงานในยุคปปัจุบันมีเทคโนโลยีที่ไร้พรมแดน โดยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่อยู่บ้านไกลจากที่ทำงานและเป็นการประหยัดทรัพยากรมากขึ้น ซึ่งสำนักงานต่าง ๆ ที่ได้ศึกษามานั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันออกไป ทำให้เรามีความรู้เรื่องสำนักงานมากยิ่งขึ้นdouble wink

#24 By daow (118.172.97.136) on 2009-01-10 19:23

เป็นเรื่องที่ได้สาระเป็นอย่างมาก การที่สำนักงานเปลี่ยนจากยุคเดิมไปนั้นจนมาถึงยุคปัจจุบันมันทำให้การทำงานในสำนักงานดูมีสีสัน ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายต่อการทำงานเพราะตอนนี้โลกเราเปลี่ยนทำให้อะไร ๆ หลายอย่างของเรามันสามารถเปลี่ยนไปด้วย

#25 By ลลิตา ปัญโญ (222.123.83.146) on 2009-01-10 21:39

จากบทความท่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ทราบถึงวิวัฒนาการแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่อดีตที่มีการใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือยซึ่งเทโนโลยีต่างๆยังเข้าถึงไม่มากนัก แต่ปัจจุบันที่มีการทำงานที่เน้นถึงการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด คุ้มค่า และรวดเร็วต่อการทำงาน

#26 By mint_Jureerat (119.42.79.248) on 2009-01-10 21:54

วิวัฒนาการของสำนักงาน มีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ ซึ่ง แต่ในยุคแรก ๆ จะให้ความสำคัญกับงานมากกว่า ซึ่งในปัจจุบันสำนักงานจะให้ความสำคัญกับ คน มากกว่า เพราะว่าเป็นการประหยัดทรัพยากร มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เหมาะกับงาน ซึ้ง เลขานุการ ควรให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อง่ายต่อการใช้งานสำนักงานในอนาคต

#27 By NhuJaY LoVeLy (119.42.77.79) on 2009-01-11 00:13

จากบทความดังกล่าวข้างต้น ทำให้ทราบว่ามีการวิวัฒนาการยุคสมัยและตั้งชื่อยุคที่เปลี่ยนไปให้สอดคล้องกับสมัยปัจจุบัน ยุคสมัยเปลี่ยนเทคโนโลยีและความทันสมัยก็ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เป็นสิ่งที่ดีต่อผู้ปฎิบัติงานในยุคปัจจุบัน อยู่ที่เราจะเรียนรู้และใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพsurprised smile

#28 By KAMISIRA_KUSON (222.123.16.153) on 2009-01-11 12:31

จากบทความ สำนักงานในปัจจุบันมีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร และยังตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน (Global Worming) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของทุกคนบนโลก หน่วยงานต่าง ๆ ต่างก็ตื่นตัวกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ได้ช่วยกันหาวิธีแก้ไข โดยการลดการใช้พลังงาน ช่วยกันปลูกต้นไม้และลดปริมาณขยะภายในสำนักงานของตัวเอง โดยการใช้กระดาษสองหน้าและการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การส่งเอกสารผ่านเว็บ เป็นการใช้กระดาษแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษและลดค่าใช้จ่ายได้มาก และยังทำให้สถานที่ทำงานดูสะอาดขึ้นอีกด้วย ถ้าหากทุกคนช่วยกันคนละไม้คนมือ ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไปในที่สุด

#29 By NooBoo_วิไลวรรณ (117.47.45.43) on 2009-01-11 12:47

จากบทความข้างต้นที่ได้อ่านมาทำให้เราได้รู้ว่าการสำนักงานได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยรเข้ามาใช้มากขึ้นทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและลดการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลืองซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

#30 By BENZE_เบญจพร (124.157.161.143) on 2009-01-11 13:41

จากที่ได้อ่านบทความทำให้รู้ว่าสำนักงานแต่ละยุคพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามเทคโนโลยี แต่ละยุคนั้นจะใช้อุปการณ์ที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ การเป็นเลขานุการก็จะต้องศึกษาอุปกรณ์เหล่านี้ให้มันมากขึ้นเพื่อที่จะให้ทันเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน

#31 By มณีพร ธรรมสอน (117.47.43.98) on 2009-01-11 14:11

ในอดีตจนถึงปัจจุบันระบบสำนักงานได้มีการวิวัฒนาการต่าง ๆ โดยก้าวจากที่ต่ำขึ้นสู่ที่สูงเหมือนเดินขึ้นบันได
ซึ่งในการจัดสำนักงานหรือทำงานในสำนักงานแต่ละยุคสมัยนั้นเหมือนจะมีเป้าหมายเดียวกันคือ ลดทรัพยากรทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะ คน สำนักงาน วัสดุสำนักงาน หรือแม้แต่ตัวงานเอง ให้ผู้ทำงานมีความสะดวกสบายและประหยัดเวลามากขึ้น big smile

#32 By นู๋เก๋_อรวรรณ (119.42.78.109) on 2009-01-11 14:26

โดยสรุปแล้วสำนักงานทั้งหมด นำเทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นหลักในการติดต่อสื่อสารทางด้านธุรกิจ ปราศจากข้อจำกัดด้านพื้นที่การทำงาน ลดการใช้กระดาษและลดภาวะโลกร้อน สามารถนำงานไปทำที่บ้านได้เพราะใช้ระบบอินเตอร์เน็ต สามารถเชื่อมโยงสำนักงานอื่นได้ทั่วโลก แม้กระทั้งต่างประเทศ พนักงานจึงมีความสะดวกสบาย มีอิสระในการทำงาน เป็นสำนักงานเคลื่อนที่ได้โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลางในการทำงานเป็นหลักสำคัญ.....

#33 By จ๊ะโอ๋_27@_@ (125.25.77.125) on 2009-01-11 17:12

จาการที่ได้อ่านสำนักงานแต่ละยุคตั้งแต่ยุคสำนักงานของราชการมาจนถึงออฟฟิตในอากาศ คิดว่า สำนักงานแต่ละยุคพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆๆและเริ่มจะรู้จักการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด ลดปริมาณการใช้กระดาษโดยเปลี่ยนเป็นการติดต่อกันทางอินเตอร์เน็ต การใช้อีเมลล์ในการติดตอสื่อสาร เป็นการลดวัสดุสำนักงานและทำให้เรียนรู้วิวัฒนาการใหม่ๆๆและเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาเพื่อนำมาใช้ในการทำงานต่อไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

#34 By แอน***สิริพร (118.172.100.248) on 2009-01-11 18:18

จากที่ได้อ่านมาในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีสาระมาและเป็นเรื่องที่เลขานุการควรที่จะได้ทราบ จากระบบเครื่องใช้สำนักงานจากสมัยก่อนจนมาถึงปัจจุบันทำให้เราได้ทราบถึงความเปลี่ยนไปและความเปลี่ยนแปลงจากยุคก่อน ๆ
จนมาถึงปัจจุบันทำให้การนำเทคดนดลยีเข้ามาใช้ทำให้เกิดความรวดเร็ว

#35 By รุ่งทิวา ปาระมีโจ๊ก (222.123.83.199) on 2009-01-11 20:43

เป็นความรู้ที่ดีมาก สำหรับทุก ๆๆ คน ทำให้ได้ทราบถึงวิวัฒนาการของสำนักงานแต่ยุค ในแต่ละยุดก็จะพัฒนาให้ใช้ทรัพยากรต่างๆ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ค่ะ

#36 By รุ้งนภา คนสวย.. (114.128.42.82) on 2009-01-11 20:44

big smile

สำนักงาน พัฒนาเร็วจัง
แล้วปัญหาที่ตามมาละคะ
อาทิ เช่น เจ้านายกะลูกน้องติดต่อกันโดยไม่พบปะหน้าแล้วความสัมพันธ์ตรงนี้ก็หายไปสิคะ, บางคนตามเทคโนโลยีไม่ทัน ใช้ไม่เป็น ไม่รู้จักสำนักงานใหม่เหล่านี้ด้วยซำ้ เป็นต้น

นู๋ว่า ต้องมีปัญหาตามมาอีกมากมายแน่คะ แล้วเราจะทำยังงัยคะ แต่แลกกับความทันสมัย รวดเร็ว สะดวก และง่าย มันก็คุ้มค่าเหมือนกันคะ











sad smile sad smile sad smile

#37 By NoOAoY (114.128.42.82) on 2009-01-11 20:48

การจัดสำนักงานในยุคใหม่ก็จะต้องมีการพัฒนาเอาเทโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยซึ่งจะทำให้ผู้ที่ได้ใช้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นและการที่มีสำนักงานแบบนี้จะทำให้ทุกคนมีความกระตือรือร้นมาขึ้นembarrassed

#39 By ธัญญารัตน์ (115.67.69.72) on 2009-01-11 21:33

บทความที่ได้อ่านมาแล้วจากสำนักงานของแต่ละยุคก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสของโลกและพัฒนาการขึ้นไปเรื่อย ๆ ปัจจุบันเกิดเหตุการณ์ภาวะโลกร้อนขึ้นซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของโลกและเพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติจึงมีการใช้แฮนดี้ไดฟ์แทนกระดาษชึ่งเป็นการประหยัดพลังงานและทรัพยากรของหน่วยงานและหลายหน่วยงานจึงปรับปรุงหน่วยงานให้เป็น "สำนักงานสีเขียว"เพื่อเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อนและต้องทำอย่างถูกต้อง

#40 By ขนิษฐา กล 2 (118.172.26.2) on 2009-01-12 11:53

- ทำให้รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
- มีเทคโนโลยีที่ง่ายต่อการใช้ติดต่อ
- ลดการใช้กระดาษให้น้อยลง

sad smile sad smile sad smile

#41 By กนกพร (หยิน) (117.47.225.181) on 2009-01-12 20:53

สำหรับเรื่องคนในสำนักงานยุคใหม่นั้น จะเป็นคนที่ชอบทำงานคนเดียวทำให้ไม่ได้พบปะพูดคุยหรือปรึกษากันมีการประชุมลดน้อยลง ผู้บริหารยากแก่การควบคุมดูแลว่าใครปฎิบัติงานหรือไม่อย่างไร ส่วนข้อดีนั้นก็คือทำงานสะดวก มีสมาธิในการทำงานร่วมถึงการประหยัดทรัพยากรหลายอย่าง

#42 By daow (203.158.160.28) on 2009-01-20 09:15

สำนักงานแต่ละยุคสมัย

แตกต่างจะกันไปค่ะ

เพราะปัจจุบันนำเอาเทคโนโลยีที่มันสมัย

มาปรับใช้ในสำนักงานทำให้มีการ

เปลี่ยนแปลงรูปแบบสำนักงานไปเรื่อยๆ

#43 By สุวรรณี/207/วอศ.ชม (58.147.101.53) on 2009-05-27 09:50

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี
จะนำไปบอกต่อๆๆกันไปค่ะ

#44 By รัตนา No 14 2.7 วอศ ชม (58.147.101.53) on 2009-05-27 09:50

เป็นบทความที่ดีค่ะ
และทำให้เราได้รู้ถึงวิวัฒนาการของสำนักงานยุคก่อน

#45 By ดวงนภา2.7 วอศ.ชม. (58.147.101.53) on 2009-05-27 09:53

จากการอ่านเรื่องนี้ทำให้เราได้เห็นความแตกต่างในแต่ละยุคแต่สมัย เราควรนำสิ่งที่ดี ๆ ไปปรับปรุงกับสำนักงานของตนเองนะคะ

#46 By ศิริรัตน์ ปวส.2.7 (58.147.101.53) on 2009-06-12 10:59

ให้ความรู้มากเลยคะเพราะช่วงนี้กำลังสอบอะ
...................
...............
.......
....
..
ขอบคุณ

#47 By โมชิมาโร่ (118.175.178.45) on 2009-07-14 09:33