>เขียนชวเลขให้เก่งทำอย่างไร (tachygraphy)
posted on 05 Oct 2009 14:14 by phajae in shorthand
ได้รับคำถามนี้จากน้อง ๆ เช่นกัน ทำอย่างไรจะให้เขียนชวเลขให้เก่ง ในที่นี้ “เก่ง” จะหมายถึง เขียนได้อย่างรวดเร็ว ทุกคำพูด ข้อความหรือใจความสำคัญ ขณะเดียวกันก็สามารถถอดความที่เขียนได้ถูกต้อง แม่นยำและครบถ้วน ซึ่งการเขียนชวเลขนั้นมีทักษะหลายอย่างซ่อนอยู่ คือ การฟังอย่างตั้งใจ มีสมาธิแล้ว ต้องเขียนชวเลขได้อย่างคล่องแคล่ว ต่อด้วยถอดหรือแปลข้อความนั้นได้ จะด้วยการพิมพ์หรือเขียนก็สุดแล้วแต่ ซึ่งแตกต่างจาก การพิมพ์จากต้นร่าง การพิมพ์จากต้นฉบับ การพิมพ์ตามคำบอก การถอดข้อความจากเครื่องบันทึกข้อความหรือเครื่องถอดข้อความ (dictating machine) ที่ต้องใช้ การพิมพ์สัมผัสเป็นหลัก
สำหรับผู้เขียนซึ่งได้ผ่านการเรียนและฝึกชวเลขทั้งภาษาไทยและอังกฤษ แบบ Gregg shorthand โดยใช้ตำราภาษาไทยของอาจารย์ธรรมนูญ อัคครพาณิช และใช้ตำราของ Gregg Shorthand สำนักพิมพ์ McGraw-Hill International Commercial Serie ซึ่งตัวชวเลขของไทยจะปรับจากตัวอักษรและสระของภาษาอังกฤษนั้นเอง
ขั้นเริ่มต้น
วิธีเขียน เริ่มต้นตั้งแต่หัดเขียนกลุ่มตัวอักษร เช่น กลุ่ม ก กลุ่ม ข ค ฆ สองกลุ่มคำนี้เขียนคล้ายกันในขณะที่ กลุ่ม ก ลากยาวกว่ากลุ่มหลัง ดังนั้น การเขียนจะต้องเริ่มเขียนให้สั้นจนกลายเป็นวิธีเขียนของเราเอง ก็จะทำให้ได้ข้อสังเกตและเปรียบเทียบกลุ่มคำที่คล้ายกันได้ง่าย เพราะการลากเส้นยาวจะเสียเวลาและช้า
การฝึกเขียน ให้ฝึกเขียนคำที่กลุ่มตัวอักษรหรือสระที่คล้ายกัน สลับกันไปมา เพื่อจะได้เปรียบเทียบและเห็นความแตกต่าง และการเขียนชวเลขจะต้องไม่วิจิตรบรรจงประดิดประดอยตัวชวเลข เช่น เส้นโค้ง เส้นตรง จุด วงกลม วงรี ต้องเขียนอย่างรวดเร็ว ชัดเจนและแม่นยำในลายเส้นนั้น เพราะการเขียนชวเลข ไม่มีเวลาที่จะใช้ยางลบ เมื่อผิดให้ใช้วิธีการขีดฆ่าทิ้งเท่านั้น
การฝึกเขียนตามเสียง ให้สะกดตามเสียงที่ได้ยิน จะยึดหลักการสะกดจากแม่ต่าง ๆ เช่น แม่กก กด กน กบ ฯลฯ และจากพยัญชนะไทย 44 ตัว จะเหลือตัวชวเลขไทยเพียง 18 ตัว ดังนั้น ขณะที่ผู้สอนบอกจะต้องจดจ่อ ตั้งใจฟังและมีสมาธิเขียนตามคำบอก เมื่อเขียนเสร็จแล้ว ลองถอดข้อความ ไม่ควรอ่านตามเพื่อนและให้เปล่งเสียงออกมาไม่อ้ำอึ้งอยู่ในลำคอ (ผู้สอนควรกระตุ้นผู้เรียนทุกคน) หากฟังเสียงผู้สอนไม่ชัด โดยสังเกตจากเมื่อลองถอดข้อความออกมาแล้วไม่ตรงกับเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน ให้ลองเปลี่ยนที่นั่ง นั่งในตำแหน่งที่ได้ยินเสียงผู้สอนที่ชัดเจน งานนี้ก็เลยไปถึงผู้สอนที่สอนชวเลขต้องเป็นผู้ที่ออกเสียงได้ชัดเจนและดังพอที่ผู้เรียนจะได้ยินเสียง หากไม่ดังก็ใช้ลำโพงพร้อมไมค์แบบพกพาช่วยอีกแรงหนึ่ง
ทำการบ้าน ต้องทำการบ้านตามที่ได้รับมอบหมาย เป็นการฝึกวินัย ความรับผิดชอบและได้ฝึกทักษะในการเขียน ก่อนหน้านี้ที่ผู้เขียนเรียนวิชาชวเลข ผู้สอนจะให้คัดตัวละ 10 บรรทัด หากเขียนผิดให้แก้ใหม่อีกตัวละ 5 บรรทัด ปกติแล้วการเรียนชวเลขในระยะเริ่มต้นจะต้องเรียนทุกวันเพื่อฝึกทักษะการเขียนและการถอดข้อความ เช่นเดียวกับทักษะการฝึกพิมพ์ดีด การจัดชั่วโมงสอนแต่ละวันควรจัดเพียง 1 คาบ (60 นาที)
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ในการฝึกชวเลขนั้น เป็นทักษะการฟัง การเขียนตัวชวเลข และการถอดข้อความชวเลขจากสัญลักษณ์เป็นข้อความปกติ อาจจะใช้วิธีการแลกเปลี่ยนช่วยเหลือกัน โดยการจับคู่เพื่อนให้บอกอักษรหรือสระสลับกัน เพื่อจะได้ฝึกฟังสำเนียงเสียงที่แตกต่างกันออกไป นอกเหนือจากเสียงผู้สอนเพียงท่านเดียว
ขั้นฝึกผสมอักษรและเขียนคำย่อ วลี
ฝึกผสมตัวอักษรและสระ การฝึกผสมนี้ อาจฝึกเขียนชวเลขโดยคัดบทความจากเอกสารหรือหนังสือต่าง ๆ ให้คล่อง และเมื่อเรียนในบทต่อ ๆ ไปจะพบวิธีการที่ทำให้เขียนง่ายและสั้นขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้สระลดรูปหรือมีคำย่อ วลี ซึ่งต้องฝึกอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ฝึกควรกำหนดเวลาไว้ด้วย เพื่อจะได้ฝึกความเร็วในการเขียนไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตามการฝึกเขียนจากการคัดบทความเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการฝึกขั้นต้นเท่านั้น การที่จะเขียนชวเลขได้เก่งนั้น อย่าลืมว่า ต้องใช้ทักษะการฟัง การเขียนชวเลขและการถอดข้อความ ไม่ใช่ทักษะการคัคลอก
คำย่อและวลี เป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งจะช่วยย่อและทำให้คำหรือข้อความนั้น ๆ สั้นลงไม่ต้องเขียนสะกดให้เต็ม และคำย่อและวลีเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคำที่ใช้กันบ่อย ๆ ดังนั้น การฝึกเขียนและทบทวนคำย่อ วลีอย่างสม่ำเสมอก็ทำให้การเขียนชวเลขรวดเร็วขึ้น ผู้สอนบางท่านอาจกำหนดให้ผู้เรียนท่องคำย่อ ตามด้วยเขียนคำย่อและวลีตามคำบอกก่อนหรือหลังเรียน หรือให้ท่องคำย่อทั้งหมดที่เรียนให้ฟังเป็นรายบุคคล
ฝึกจากเพลง เริ่มจากเพลงที่ช้า ๆ และเป็นเพลงที่เรารู้จักคุ้นเคย ซึ่งก่อนเขียนต้องเตรียมสมุดจดชวเลขและปากกาให้พร้อม เพลงไทยส่วนใหญ่ข้อความไม่ยาวนัก (ประมาณ 3-5 นาที) และมีท่อนฮุก ซึ่งเป็นข้อความที่ซ้ำและมีช่วงเบรกด้วยเสียงดนตรีเพียงอย่างเดียวไม่มีเนื้อร้อง จะทำให้ได้พักมือได้ ให้เขียนทั้งหมดที่ได้ยินคำร้องจนจบเพลงและเริ่มถอดข้อความจากที่เขียนทั้งหมด จากนั้นให้เปิดเพลงเดิมอีกครั้ง แล้วเปรียบเทียบเนื้อร้องและดูงานที่ถอดออกมาว่า ตกหล่นข้อความไปมากน้อยเพียงใด สาเหตุที่แนะนำให้เขียนตามเพลงที่เรารู้จักก่อน เพราะจะได้สร้างกำลังใจสำหรับมือใหม่หัดเขียน จากนั้นทดลองฝึกเพลงที่มีจังหวะเร็วขึ้นและเพลงที่เราไม่คุ้นเคยกับเนื้อเพลง
ขั้นฝึกความเร็ว
สมุดจดชวเลข เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ หากให้ถูกหลักวิธีการต้องใช้สมุดที่มีลักษณะการเปิดเหมือนกับปฏิทิน คือ เมื่อเขียนจนหมดหน้าก็พลิกขึ้นแล้วเขียนหน้าถัดเรื่อย ๆ ไม่กลับมาเขียนแผ่นหลังทำให้ไม่ต้องเสียเวลากลับไปกลับมา สมุดจดชวเลขจะมีเส้นแบ่งครึ่งหนึ่งเพื่อเอื้อให้การจดนั้นลื่นไหล หมุนข้อมือไปมาได้สะดวกและยกข้อมือให้น้อยที่สุด
การเขียนผิด เมื่อเริ่มฝึกความเร็วในการเขียนชวเลขแล้ว อย่ายึดติดว่า จะเขียนตัวชวเลขผิด ตราบใดที่ยังสามารถถอดข้อความได้ครบถ้วน นั่นแสดงว่า เราเริ่มปรับตัวชวเลขให้เป็นตัวเฉพาะของเราแล้ว แต่เมื่อเขียนก็เขียนไม่ถูกหลักซ้ำยังแปลไม่ถูกต้องและครบถ้วน อันนี้ก็ต้องยึดตัวชวเลขที่ได้เรียนมาก่อนเป็นหลัก เพื่อให้ฝึกเขียนและถอดข้อความจนคล่องก่อน
การฝึกความเร็ว หลังจากผ่านขั้นฝึกผสมอักษรและเขียนคำย่อ วลี แล้ว จากที่เคยฝึกเพลงจังหวะช้าและเพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้นตามลำดับ ต่อไปให้ฝึกเขียนข่าวจากวิทยุหรือโทรทัศน์ อาจจะใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที แล้วให้ถอดข้อความนั้น ๆ สังเกตว่า ตกประเด็นสำคัญหรือไม่ และที่สำคัญควรฝึกอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งในการฝึกความเร็ว การฟังเสียงบอกหรือเสียงพูด จะต้องตั้งใจ สมาธินิ่ง จดจ่อกับเสียง พยายามฝึกเรียนรู้สำเนียง น้ำเสียงของผู้พูด
ฝึกความเร็ว (speed) โดยครู เมื่อเรียนรู้หลักการเขียนจนครบทุกบทแล้วหรือเกือบบทเรียนท้าย ๆ แล้ว เป็นหน้าที่ของผู้สอนที่จะต้องฝึกความเร็วให้กับผู้เรียน ซึ่งการเขียนชวเลขจะมีการกำหนดความเร็วหรือที่ผู้เรียนจะคุ้นกับคำว่า “speed” ครูจะบอกผู้เรียนเองว่า จะใช้ speed เท่าไร และวิธีการบอกและกำหนด speed คงจะต้องยกยอดไว้ในคราวต่อไป
คำถาม “เขียนชวเลขให้เก่งทำอย่างไร” ถึงตอนนี้ก็น่าจะได้คำตอบที่จะนำไปปฏิบัติได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามและความขยันอดทนของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ วิธีการเหล่านี้ อาจจะแตกต่างจากที่เคยเรียนจากผู้สอนท่านอื่นอยู่บ้างบางส่วน ก็ขอให้ถือว่า เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ผู้เขียนได้มีประสบการณ์ตรงทั้งจากการเป็นผู้เรียน มาถึงเป็นผู้สอน จนสู่การปฏิบัติงานที่นำชวเลขมาใช้จริง ดังนั้น แม้วิธีการจะไม่เหมือน แต่จุดหมายปลายทางกลับไม่ได้แตกต่าง ท้ายที่สุดก็คือต้องการตอบคำถาม “จะทำอย่างไรให้เขียนชวเลขให้เก่ง” นั่นเอง
อ้างอิง:
พิมพร ศะริจันทร์, ชวเลขกำลังจะตาย, (25 พฤษภาคม 2552) http://www.nsdv.go.th/commerce/text2009/pimpornshorthand.htm
พิมพร ศะริจันทร์, ชวเลขมีประโยชน์อย่างไร, (22 พฤษภาคม 2552) http://www.nsdv.go.th/commerce/text2009/pimpornstenography.htm
พิมพร ศะริจันทร์, นำชวเลขมาประยุกต์ใช้กับเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างไร (2 ตุลาคม 2552) http://www.nsdv.go.th/commerce/text2009/pimpornspeedwriting.htm
เรื่อง : ภาพประกอบ phajae
![]()
ผลงานนี้ ใช้โดยพิมพร ศะริจันทร์
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.




เพิ่งเคยเห็นว่าเขาจดชวเลขกันอย่างนี้นี่เอง 
#1 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-10-05 15:07